คาตาลัน เหตุขุ่นเคืองเรื่องการเมือง ส่งผลต่อทีมชาติสเปน?

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา สมาชิกรัฐสภาแคว้นกาตาลุญญาลงมติประกาศเอกราชออกจากสเปนด้วยคะแนน 70 ต่อ 10 เสียง  จากผลการลงประชามติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ชาวคาตาลันไปลงคะแนนเห็นชอบแยกตัวออกจากสเปนมากกว่าร้อยละ 90 ซึ่งการประกาศแยกตัวเป็นเอกราชของแคว้นกาตาลุญญาขัดต่อกฎหมายสเปน ทำให้วุฒิสภาของสเปนใช้มาตรา 155 แห่งรัฐธรรมนูญสเปน เข้ายึดอำนาจแคว้นกาตาลุญญา ปลดผู้นำแคว้นฯ รวมทั้งควบคุมสั่งการแคว้นนี้ นั่นเป็นรอยร้าวที่เริ่มบานปลายและอาจจะส่งผลกระทบต่อทีมชาติสเปนในการไปทำศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย ในปี 2018 ที่จะถึงนี้

 

ทีมบาร์เซโลน่า สโมสรที่เป็นยิ่งกว่าสโมสร ตามคำขวัญที่ว่า  “Més que un club” (More than a club) สโมสรนี้เป็นดัง ‘ศูนย์รวมใจ’ ของชาวคาตาลัน พวกเขามีความเคียดแค้นฝังใจจากในอดีต ตั้งแต่สมัยการปกครองของนายพลฟรังโก เนื่องจากถูกเพิกถอนสิทธิในการปกครองตนเอง รวมถึงถูกปิดกั้นแนวคิดชาตินิยมแบบคาตาลัน และห้ามใช้ภาษาท้องถิ่น จึงมีความคิดที่จะแยกประเทศตั้งแต่นั้นมาและส่งต่อความคิดนี้มาจนถึงปัจจุบัน

 

การเมืองกับกีฬาเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ได้ หากมีเหตุขุ่นเคืองใจในเรื่องการเมืองย่อมส่งผลกระทบต่อเกมกีฬาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังเช่น เคราร์ด ปิเก้ กองหลังของบาร์เซโลน่าและทีมชาติสเปน โดนโห่ไล่จากแฟนบอลตั้งแต่อยู่ในแคมป์เก็บตัวทีมชาติในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่จะพบกับอัลแบเนีย และอิสราเอล เพราะเขาสนับสนุนและไปลงประชามติให้กาตาลุนย่าแยกประเทศออกจากสเปน

 

แม้ว่าเขาจะให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า เขามีความภาคภูมิใจที่ได้เล่นให้ทีมชาติสเปน แต่ก็ไม่วายโดนโห่ไล่ จนต้องประกาศเลิกเล่นทีมชาติหลังจบฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งไม่เพียงแค่ปิเก้เท่านั้น ยังมีนักเตะที่มาจากแคว้นคาตาลัน ไม่ว่าเป็นเซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เชส ฟาเบรกาส, มาร์ค บาร์ตร้า, จอร์ดี้ อัลบา ก็โดนเขม่นไม่น้อยจากแฟนบอลเช่นกัน

 

ฆูเลน โลเปเตกี กุนซือทีมชาติสเปนถึงกับหัวร้อนต้องออกมาปกป้องลูกทีมของตนที่เป็นชาวคานาลันว่า “อย่าตัดสินกันด้วยมุมมองทางการเมือง แต่เราไม่เคยสงสัยในตัวเขาเกี่ยวกับความมุ่งมั่น และเขาก็ไม่เคยทำให้เราต้องผิดหวัง”

 

อย่างไรก็ตาม  ความขัดแย้งทางการเมืองยังคงมีอยู่ต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนในปัจจุบันยังไม่มีวี่แววจะยุติลงได้ สังเกตได้จากศึก “เอลกลาซีโก”  ดาร์บี้แมตช์ของสเปน ระหว่างทีมรีล มาดริด กับบาร์เซโลน่า มันเกือบจะเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างสเปนกับคาตาลัน เตะกันแบบเอาเป็นเอาตายเพื่อความเป็นหนึ่งที่หยิ่งในศักดิ์ศรี

 

เราในฐานะของแฟนบอลคงได้แต่เอาใจให้จัดการแก้ไขปัญหาเรื่องการเมืองให้จบสิ้นก่อนศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เพราะอยากเห็นทีมกระทิงดุเล่นบอลอย่าง “มีเสน่ห์” มากกว่า “มีเสนียด” เกลียดชังกัน เห็นด้วยไหม?